แม่ทัพ IDR ลั่นอีก5ปี เป็นฮับกู้ข้อมูลเอเชีย
posted on 10 Aug 2009 08:29 by computerize in News
หวังขยายธุรกิจไปตปท. ชูจุดแข็งและความแตกต่าง ไทยได้เปรียบทั้งราคาและความประณีต ชี้หัวใจของบริการอยู่ที่ความซื่อสัตย์ โชว์สปิริตลูกค้าพอใจถึงจ่ายเงิน...
แม้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน จะส่งผลให้ธุรกิจด้านไอทีหรือเทคโนโลยีสารสนเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่แทบจะไม่มีใครนึกถึงธุรกิจปลีกย่อยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และแฝงตัวอยู่กับวงการไอทีมาเป็นเวลานาน อย่าง “ไพโรจน์ เตี่ยมังกรพันธุ์” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์ ดาต้า รีคัฟเวอรี จำกัด (ไอดีอาร์) ผู้ริเริ่มธุรกิจกู้ข้อมูล อีกหนึ่งประเภทธุรกิจที่ต้องใช้ความชำนาญและเทคโนโลยีเฉพาะด้าน แม้จะมีผู้ให้บริการเพียงไม่กี่รายในประเทศไทย เชิญผู้สนใจติดตามได้ ณ บัดนี้...
IT Digest: ไอดีอาร์ประกอบประเภทธุรกิจใด
ไพโรจน์: ถือเป็นการเริ่มต้นธุรกิจจากความชอบและประสบการณ์โดยส่วนตัว อาจกล่าวได้ว่า การก่อตั้งอินเตอร์ ดาต้า รีคัฟเวอรี เป็นการนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ ที่คลุกคลีอยู่ในวงการคอมพิวเตอร์ การบริการ และการกู้ข้อมูลเป็นเวลานาน มาสร้างประโยชน์เชิงธุรกิจ และก่อตั้งบริษัทฯ ขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา ด้วยความเชื่อมั่มนว่า ตลาดทั้งประเทศไทยและต่างประเทศยังมีพื้นที่และสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจให้บริการกู้ข้อมูลจากสื่อบันทึกข้อมูลดิจิตอลเกือบทุกประเภท อาทิ FlashDrive , SD Card , Portable และฮาร์ดดิสก์ โดยเรามีอะไหล่ฮาร์ดดิสก์ครอบคลุมทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ตั้งแต่รุ่นแรกๆ จนถึงรุ่นล่าสุดในตลาด การจัดเก็บข้อมูลด้วยสื่อดิจิตอลล้วนมีความเสี่ยงแฝงอยู่ สื่อเหล่านั้นอาจถูกลบด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ หรืออาจถูกไวรัสทำลาย ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเรียกใช้งานข้อมูลได้ หากข้อมูลเหล่านั้นไม่มีความสำคัญหรือสามารถสร้างใหม่ได้ในเวลารวดเร็วก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่หายากหรือมีความสำคัญ อาทิ ข้อมูลในการออกแบบ หรือการวิจัย การกู้ข้อมูลให้กลับคืนมาจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ เรื่องดังกล่าวยังถือเป็นปัญหาที่ทุกคนสามารถพบได้บ่อยครั้ง ทำให้บริษัทฯ เปิดบริการกู้ข้อมูลเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหาดังกล่าว
IT Digest: มีข้อจำกัดใดบ้างในการกู้คืนข้อมูล
ไพโรจน์: วิธีการกู้ข้อมูลจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หากเปรียบเทียบความสำคัญของข้อมูล อาจกล่าวได้ว่า ข้อมูล คือ ชีวิต ในบางครั้งเราไม่สามารถจะสร้างข้อมูลนั้นได้ใหม่หรืออาจสร้างขึ้นใหม่ได้แต่ไม่ได้ดีเท่าเดิม การเริ่มต้นใหม่ บางครั้งจำเป็นต้องใช้เวลานาน หากผู้ใช้มีความต้องการใช้งานอย่างเร่งด่วน การกู้ข้อมูลจึงถือเป็นทางเลือกเดียวของการแก้ปัญหา แต่การกู้คืนข้อมูลก็มีข้อจำกัดบางประการและสามารถทำได้ในบางกรณี คุณค่าของข้อมูลถือเป็นตัวกำหนดความสำคัญในการตัดสินใจกู้คืนข้อมูล เนื่องจาก ในการกู้ข้อมูลจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการดำเนินงาน หากผู้ใช้มีการทำสำเนาข้อมูลหรือสามารถทำ Back Up ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ารับบริการ
สาเหตุที่ไม่สามารถกู้คืนข้อมูล แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.Logical Failure ปัญหาซอฟต์แวร์หรือข้อมูลระบบได้รับความเสียหาย เช่น การลบข้อมูลทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ การฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ หรือถูกโจมตีจากไวรัส และ 2.Physical Failure การเสียหายของฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์ชำรุด เช่น ฮาร์ดดิสก์แตกกระแทก ไฟฟ้าลัดวงจร และความเสียทางฮาร์ดแวร์ประเภทอื่น

IT Digest: ภาพรวมของตลาดการกู้คืนข้อมูลในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง
ไพโรจน์: ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการกู้คืนข้อมูลหลายราย แต่เป็นเพียงผู้ให้บริการรายย่อย เนื่องจาก การกู้ข้อมูลจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มีอุปกรณ์และเครื่องมือใน เรามั่นใจว่าไอดีอาร์เป็นผู้ให้บริการกู้ข้อมูลเพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจอย่างครอบคลุมครบวงจร ลูกค้าที่เข้ามารับบริการเปรียบเหมือนคนไข้ เราในฐานะผู้ให้บริการก็เปรียบเหมือนหมอ หมอจะรักษาเก่งหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญและประสบการณ์ นอกจากความเก่ง หมอต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อให้การรักษา รวมถึง อะไหล่หรือยาเพียงพอต่อความต้องการ
โดยทั่วไป ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ก็สามารถให้บริการกู้ข้อมูลได้ แต่ไอดีอาร์ให้บริการที่แตกต่างกว่า ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ จึงสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว ลูกค้าบางรายกู้ข้อมูลอย่างผิดวิธี ส่งผลให้ข้อมูลได้รับความเสียหาย หรือทำให้ไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้ในที่สุด
IT Digest: เหตุใดจึงเริ่มต้นทำธุรกิจ ท่ามกลางภาวะศก.ที่กำลังมีปัญหา
ไพโรจน์: ธุรกิจกู้ข้อมูลในต่างประเทศมีเป็นเวลานานแล้ว แต่ในประเทศไทยนั้น เป็นการทำธุรกิจแบบรายย่อยไม่ครบวงจร เราเชื่อว่าท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาส การลงทุนควรเริ่มต้นธุรกิจในตลาดขนาดเล็ก เพื่อสามารถทะยอยการลงทุนและสร้างความมั่นคงทางธุรกิจ ด้วยการดำเนินงานแบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องยอมรับว่ารูปแบบธุรกิจของไอดีอาร์ถือเป็นธุรกิจใหม่ ในช่วงแรก เราอาจต้องสร้างความเข้าใจและเข้าหาลูกค้าก่อน เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น เราก็พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยความแข็งแกร่งต่อไป
IT Digest: ไอดีอาร์มีกลุ่มลูกค้าประเภทใดบ้าง
ไพโรจน์: ปัจจุบัน ลูกค้าจำนวนกว่า 80% ของไอดีอาร์อยู่ในระดับองค์กร และอีก 20% เป็นลูกค้าทั่วไป เนื่องจาก ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมีกำลังซื้อและให้ความสำคัญกับเรื่องข้อมูล ขณะนี้ มีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นธุรกิจที่ลูกค้ามีความต้องการอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวของตลาดและพฤติกรรมการบริโภคสินค้าไอทีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เชื่อว่า ปัจจุบันมีจำนวนฮาร์ดดิสก์ถูกใช้งานมากกว่า 5 ลูกต่อวัน ไม่รวมอุปกรณ์เสริมและหน่วยบันทึกข้อมูลแบบดิจิตอลประเภทอื่นๆ ทำให้ไอดีอาร์มีงานกู้ข้อมูลทั้งจากฮารด์ดิสก์จนถึงเมมโมรี่การ์ด ส่วนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ คือ กลุ่มผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ให้ความสำคัญกับข้อมูล ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจน กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนทั่วไป

IT Digest: บริษัทฯ ใช้กลยุทธ์ใดในการดำเนินธุรกิจกู้คืนข้อมูล
ไพโรจน์: เรามั่นใจว่า ลูกค้าที่ใช้บริการกับไอดีอาร์กว่า 90% กลับออกไปพร้อมรอยยิ้ม ด้วยหลักการดำเนินธุรกิจแบบคนไทย หากกู้ข้อมูลกลับมาให้ลูกค้าแล้วพบว่าไม่ใช่ข้อมูลที่ลูกค้าต้องการ เราก็ไม่คิดค่าบริการ ถือเป็นความรับผิดชอบและเป็นธรรมในการทำงาน ด้วยแนวคิดที่ต้องการช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้ลูกค้า ที่เปรียบเทียบเหมือนกับการรักษาอาการเจ็บป่วย เมื่อเรารักษาอาการเจ็บไม่ได้เราก็ไม่สมควรเอาเปรียบคนไข้ เรารู้ว่าลูกค้าบางคนต้องการให้ช่วยจริงๆ ข้อมูลที่ต้องการอาจไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัว แต่อาจเป็นข้อมูลสำคัญทางธุรกิจหรือข้อมูลของบริษัทฯ ซึ่งเรารู้ว่า สิ่งเหล่านั้นมีคุณค่าและความจำเป็น
เรายึดถือความซื่อสัตย์ในการรักษาความลับของลูกค้าเป็นอันดับแรก โดยเรื่องดังกล่าวถือเป็นความสำคัญสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีบริการให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่ลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Hot Line 08-9775-0010 และ 08-0591-3536 รวมถึง ช่องทางอื่นๆ อาทิ การแจ้งผ่านอีเมล์ และเว็บไซต์ของไอดีอาร์ (www.idrlab.com) อีกด้วย
โดยบริษัทฯ วางแผนรับมือการขยายตัวของคู่แข่งขันในตลาดการกู้คืนข้อมูล ด้วยแผนดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจมากขึ้น เช่น ความร่วมมือระหว่างไอดีอาร์และบริษัท เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือเป็นการบันเดิลแพ็กเกจ โดยให้สิทธิ์แก่ลูกค้าที่ซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากเมโทรฯ ให้สามารถกู้คืนข้อมูลกับไอดีอาร์ได้ฟรี ส่วนหลักการและราคาค่าบริการในการกู้ข้อมูลนั้น บริษัทฯ เลือกดำเนินธุรกิจตามนิสัยคนไทย คือ ใช้ความประณีต ละเอียดรอบคอบในการทำงาน โดยคิดค่าบริการในราคาที่ไม่สูงเกินไปแบะลูกค้าสามารถรับได้ คู่แข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องมีเทคโนโลยีและความรู้ความชำนาญเป็นอย่างสูง เพื่อดำเนินธุรกิจกู้คืนข้อมูลครบวงจรเช่นเดียวกับเรา
IT Digest: มองแนวโน้มธุรกิจกู้คืนข้อมูลในอนาคตอย่างไร
ไพโรจน์: เชื่อว่า ธุรกิจดังกล่าวจะเติบโตขึ้น แต่จะเติบโตมากขึ้นเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการและการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง ความเข้าใจที่ผู้บริโภคมีต่อธุรกิจกู้คืนข้อมูล ขณะเดียวกัน การเติบโตของตลาดไอทีก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ทุกปีตลาดสินค้าไอทีมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% แม้เศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะใด คนก็ใช้งานคอมพิวเตอร์มากขึ้นทุกวัน ประกอบกับ ในปัจจุบันผู้บริโภควางใจและเลือกเก็บข้อมูลไว้ในสื่อดิจิตอลทั้งหมด ตั้งแต่การบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ ภาพถ่ายส่วนตัว และข้อมูลการทำงาน ถือเป็นผลกระทบจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมในการจัดเก็บข้อมูลของมนุษย์เปลี่ยนไป

IT Digest: ตั้งเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจไว้อย่างไร
ไพโรจน์: เราหวังจะเติบโตบนเส้นทางการกู้คืนข้อมูลอย่างมั่นคง และไม่ได้หยุดนิ่งเพียงแค่ในประเทศไทย แต่ยังพิจารณาถึงการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือญี่ปุ่น ในอนาคต อาจมีศูนย์ให้บริการกู้คืนข้อมูลของไอดีอาร์อยู่ภายในศูนย์การค้าหรือ IT Mall และภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เรายังตั้งเป้าในการเป็นศูนย์กลางการกู้คืนข้อมูลภายในเอเชียอีกด้วย แม้ต่างประเทศจะมีธุรกิจประเภทดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ราคาและระยะเวลาในการดำเนินงานนั้นแตกต่างจากไอดีอาร์ โดยราคาในการให้บริการกู้ข้อมูลขั้นต่ำอยู่ที่ 25,000 บาท ถึงหลักแสนบาทต่อครั้ง ไม่รวมค่าขนส่ง ขณะที่ ไอดีอาร์ให้บริการเช่นเดียวกัน ด้วยราคาขั้นต่ำ 1,000-2,000 บาท หากซอฟต์แวร์ชำรุด และ 7,000-10,000 บาท หากฮาร์ดแวร์มีปัญหา โดยพิจารณาความเสียหายและความจุของฮาร์ดดิสก์
IT Digest: อยากฝากอะไรถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์
ไพโรจน์: ฝากให้คนไอทีทุกคนทำสำเนาหรือ Copy ข้อมูลเก็บไว้ เชื่อว่า ทุกข้อมูลของทุกคนล้วนมีความสำคัญ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา อย่าวางใจว่า ข้อมูลบนสื่อดิจิตอลจะไม่มีโอกาสเสียหาย อุปกรณ์ดิสก์ต่างๆ เป็นสิ่งที่บอบบาง เราไม่ควรขยับเขยื้อนอุปกรณ์โดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้อุปกรณ์ได้รับความเสียหายได้ ทางที่ดีควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้งานและดูแลทุกชิ้นส่วนให้มากขึ้น เนื่องจาก แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความเสียหายต่อข้อมูลได้อย่างมาก หากเกิดปัญหาและต้องการกู้คืนข้อมูลสำคัญ ก็ควรเลือกผู้ให้บริการระดับมืออาชีพที่สามารถเชื่อถือและมั่นใจได้ เพราะการกู้คืนข้อมูลสำเร็จหรือไม่นั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ การกู้คืนในครั้งแรก หากกู้ผิดวิธีก็อาจทำให้ข้อมูลนั้นสูญหาย
บทความจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 6 สิงหาคม 2552